top of page

โรคแผลริมอ่อน ภัยร้ายที่ไม่ควรละเลย หากเพิกเฉย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่คุณไม่คาดคิด

โรคแผลริมอ่อน (Chancroid) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi โดยลักษณะสำคัญของโรคนี้ คือ การเกิดแผลเจ็บบริเวณอวัยวะเพศซึ่งอาจมีหนองออกมาด้วย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี โรคแผลริมอ่อน อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งร่างกาย และจิตใจ มาดูรายละเอียดเกี่ยวกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นกันค่ะ

โรคแผลริมอ่อน ภัยร้ายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางเพศ หากไม่รีบรักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและการติดเชื้ออื่น ๆ
โรคแผลริมอ่อน ภัยร้ายที่ไม่ควรละเลย หากเพิกเฉย อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่คุณไม่คาดคิด

ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการปล่อยให้โรคแผลริมอ่อนลุกลาม

  • การเกิดช่องทางติดเชื้อระหว่างอวัยวะ (Fistula) หนึ่งในภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงของโรคแผลริมอ่อนคือ การเกิดท่อ หรือช่องทางที่เชื่อมต่อระหว่างอวัยวะที่ติดเชื้อ หรือเป็นแผล เช่น ช่องคลอดกับทวารหนัก หรือท่อปัสสาวะกับผิวหนัง อาการนี้เรียกว่า Urethral Fistula ซึ่งจะทำให้มีหนองไหลออกมาตลอดเวลา หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที จะทำให้อาการนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น ส่งผลให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อน และทำให้การรักษาซับซ้อนยิ่งขึ้น

  • หนังหุ้มปลายองคชาตตีบตัน (Phimosis) สำหรับผู้ชาย โรคแผลริมอ่อนอาจทำให้หนังหุ้มปลายองคชาตเกิดการตีบตัน ซึ่งทำให้เปิดหนังหุ้มปลายไม่ได้ ส่งผลให้การทำความสะอาดทำได้ยาก ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังที่ปลายองคชาติ สภาพนี้สามารถเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งอวัยวะเพศชายได้ในอนาคต

  • ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวี (HIV) การมีแผลเปิดที่อวัยวะเพศจากโรคแผลริมอ่อน ทำให้ผิวหนังเปราะบาง และเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อชนิดอื่น ๆ จากการสัมผัสเชื้อผ่านแผลเปิดซ้ำ ๆ

  • การเกิดแผลเป็น และพังผืด แผลจากโรคแผลริมอ่อนหากไม่ได้รับการรักษา อาจทิ้งรอยแผลเป็น หรือแผลดึงรั้งบริเวณอวัยวะเพศ ทำให้เกิดพังผืดที่ส่งผลกระทบต่อการมีเพศสัมพันธ์ โดยทำให้รู้สึกเจ็บ และไม่สบายเมื่อมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงทำให้ความสามารถในการสืบพันธุ์ลดลง

  • การเกิดฝีขนาดใหญ่ เมื่อแผลจากโรคนี้ลุกลามจนเกิดการอักเสบรุนแรง บางรายอาจพัฒนาฝีขนาดใหญ่บริเวณที่มีหนอง การอักเสบ และการก่อตัวของฝีนี้สามารถทำให้รู้สึกปวดรุนแรง และทำให้เกิดการติดเชื้อที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น

  • ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ และแตกเป็นหนอง ต่อมน้ำเหลืองที่ขาหนีบอาจเกิดการอักเสบจนบวมโต และหากไม่รักษาอาจทำให้ต่อมแตก และมีหนองไหลออกมา สภาพนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้รู้สึกไม่สบาย และเจ็บปวด แต่ยังเป็นภาวะที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อซ้ำได้ง่ายอีกด้วย

  • อวัยวะเพศแหว่งหาย (โรคฮวบ) หากปล่อยให้แผลริมอ่อนลุกลามจนถึงขั้นรุนแรงที่สุด อาจทำให้เกิดการอักเสบ และทำลายเนื้อเยื่ออวัยวะเพศจนเกิดเป็นสภาพที่เรียกว่า "โรคฮวบ" ซึ่งหมายถึงอวัยวะเพศแหว่งหายไปบางส่วน นี่เป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และสามารถส่งผลต่อชีวิตประจำวัน และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมาก

การรักษาโรคแผลริมอ่อนด้วยยาปฏิชีวนะ การดูแลแผล และการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
การรักษาโรคแผลริมอ่อน

การรักษาโรคแผลริมอ่อน

การรักษาโรคแผลริมอ่อนนั้นสำคัญมากเพื่อป้องกันการแพร่กระจาย และการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรง ซึ่งการรักษาโรคนี้สามารถทำได้ดังนี้

  • การใช้ยาปฏิชีวนะ การรักษาหลักของโรคแผลริมอ่อน คือ การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus ducreyi ซึ่งเป็นสาเหตุของโรค ยาที่นิยมใช้ได้แก่

    • Azithromycin รับประทานครั้งเดียวในปริมาณสูง

    • Ceftriaxone ฉีดเข้ากล้ามเนื้อครั้งเดียว

    • Ciprofloxacin รับประทานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 วัน

    • Erythromycin รับประทานเป็นเวลา 7 วัน

  • แพทย์จะเลือกใช้ยาปฏิชีวนะ ตามความเหมาะสมของแต่ละผู้ป่วย และควรใช้ยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งเพื่อป้องกันการดื้อยา และการติดเชื้อซ้ำ

  • การดูแลแผล แผลริมอ่อนมักจะมีลักษณะเจ็บ และมีหนอง แพทย์อาจแนะนำให้ผู้ป่วยทำความสะอาดแผลด้วยน้ำเกลือที่สะอาดเพื่อลดการติดเชื้อเพิ่มเติม การทำความสะอาดแผลควรทำเป็นประจำทุกวัน และควรระมัดระวังไม่ให้แผลถูกสิ่งสกปรก หรือสารระคายเคือง

  • การรักษาฝี หากมีฝี หรือต่อมน้ำเหลืองอักเสบจนเกิดเป็นหนอง แพทย์อาจต้องระบายหนองออกเพื่อป้องกันการอักเสบลุกลาม ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องทำหัตถการเล็ก ๆ ในโรงพยาบาลเพื่อระบายหนอง และล้างแผลให้สะอาด

  • การรักษาภาวะแทรกซ้อน หากโรคแผลริมอ่อนลุกลาม และเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การเกิด Urethral Fistula หรือ Phimosis แพทย์อาจต้องทำการผ่าตัดเล็ก ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ รวมถึงการดูแลการอักเสบ หรือภาวะที่ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีอย่างเร่งด่วน

  • การติดตามผลการรักษา หลังการรักษา ควรไปพบแพทย์เพื่อติดตามผลการรักษาว่าหายขาด หรือไม่ บางรายอาจต้องรับการรักษาเพิ่มเติมหากแผลยังไม่หายดี หรือหากมีการติดเชื้อซ้ำ


การป้องกันโรคแผลริมอ่อน

การป้องกันโรคแผลริมอ่อนเป็นสิ่งสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น การป้องกันสามารถทำได้ดังนี้

  • การใช้ถุงยางอนามัย การใช้ถุงยางอนามัยเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการป้องกันโรคแผลริมอ่อน และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ถุงยางอนามัยสามารถลดโอกาสการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในแผลเปิดของผู้ติดเชื้อได้

  • การตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพทางเพศเป็นประจำ โดยเฉพาะหากมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์กับคู่นอนหลายคน หรือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย การตรวจสุขภาพทางเพศจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก และรักษาได้ทันเวลา

  • การหลีกเลี่ยงเพศสัมพันธ์กับผู้ที่มีแผลเปิด หรือมีหนอง หากคู่นอนมีแผล หรืออาการผิดปกติที่อวัยวะเพศ ควรหลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะแน่ใจว่าผู้ป่วยได้รับการรักษา และหายดีแล้ว

  • การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และวิธีป้องกันแก่กลุ่มเสี่ยง หรือประชาชนทั่วไปสามารถช่วยลดอัตราการติดเชื้อได้ การสอนเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกวิธี และการส่งเสริมการตรวจสุขภาพทางเพศอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญอย่างยิ่งในการลดการแพร่กระจายของโรค

  • การรักษาคู่นอน หากมีการวินิจฉัยว่าเป็นโรคแผลริมอ่อน ควรแจ้งคู่นอนเพื่อให้เข้ารับการตรวจ และรักษา แม้คู่นอนจะไม่มีอาการชัดเจน แต่ก็อาจเป็นพาหะของโรคได้ การรักษาคู่นอนจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อกลับไปกลับมา

โรคแผลริมอ่อนเป็นโรคที่ควรได้รับการรักษาอย่างทันเวลา การเพิกเฉย หรือปล่อยให้โรคลุกลามอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงหลายประการ การป้องกัน และการเข้ารับการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยง และปกป้องสุขภาพของคุณในระยะยาว

Комментарии


12 Terry Francine St.

San Francisco, CA 94158

Opening Hours

Mon - Fri

8:00 am – 8:00 pm

Saturday

9:00 am – 7:00 pm

​Sunday

9:00 am – 9:00 pm

bottom of page